1Password + Dropbox + Chrome extension = Awesome!!

เพิ่งลองใช้โปรแกรมจัดการพาสเวิร์ดตัวใหม่ คือ 1Password สาเหตุหลักเลยคือเรื่อง portability เริ่มอยากได้ password manager ที่ใช้งานได้ในทุกอุปกรณ์

โปรแกรมตัวนี้มีอยู่บน Mac มาก่อน เวอร์ชันบนวินโดว์ส เพิ่งจะเป็นเบต้าเท่านั้นเอง บน iOS มีด้วย ความจริงก็รู้จักโปรแกรมตัวนี้บน ipod touch ก่อนเลย (เดี๋ยวสงสัยต้องไปลงบน ipad ด้วย) พอลงโปรแกรมบน Windows ดันมีตัวเลือกให้ลง Chrome Extension  ที่มันจะเก็บรหัสผ่านเวลาเราเข้าเว็บไซต์ต่างๆ ให้โดยอัตโนมัติ sync กันผ่าน dropbox เจ๋งดี

ได้เวลาลาจาก Splash ID เสียที ใช้กันมานานหลายปีบน PalmOS

Advertisements

usb device not recognized

เช้านี้เสียเวลาไปนานกับปัญหาเรื่องคอมพิวเตอร์หาเมาส์ไม่เจอ ทั้งๆ ที่ใช้งานดีๆ มาตลอด โทรหา helpdesk แล้ว เอาเครื่องขึ้นไปดูก็แล้ว ยังไม่สามารถสรุปและแก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้ ลองค้นดู ไปเจอเอาที่นี่เข้า

http://www.online-tech-tips.com/computer-tips/usb-device-not-recognized/

ความจริงก็เคยใช้ทริกนี้ คือการปลดสายไฟ แต่ทำในเครื่องตั้งโต๊ะ เออ เวิร์คเหมือนกัน พอมาทำบนโน้ตบุ๊ค restart อย่างเดียวไม่พอนะ ต้องถอดแบตออก แล้วนั่งรอซักหนึ่งนาที

ตอนนี้กลับมาใช้งานได้ตามเดิมแล้ว

Mama new car

เมื่อเช้าวันพุธที่ผ่านมา ม่าม้าโทรมาให้เข้าไปที่บ้าน บอกว่าซื้ออะไรบางอย่างมา อยากให้มาดู คืนนั้นไปถึงบ้านปรากฎว่าแกซื้อเบนซ์ c220 cdi มาคันหนึ่ง มือสองแหละ แต่สภาพสวยดีทีเดียว

โดยส่วนตัวแล้ว เป็นเราคงไม่ตัดสินใจอย่างนี้ เพราะรถคันนี้ราคามือสองล้านเจ็ด มากกว่าสิบเปอร์เซ็นต์ของเงินเก็บที่ม่าม้ามี แต่ก็นะ ต่างคนต่างสภาวะ การตัดสินใจของท่านก็ทำไปแล้ว ซื้อเงินสด ขับมาเรียบร้อย จะบ่นจะอะไรก็คงไม่ได้แล้วละ แล้วอันที่จริงพอคิดไปคิดมา ไอ้รถยี่ห้อนี้เป็นอะไรที่ม่าม้า (และความจริงป่าป๊าด้วย) ใฝ่ฝันอยากได้มาขับไว้นาน

ก็เลยทำได้แค่คอยยินดีกับแก ทำท่าเห่อรถใหม่ไปด้วย วันพุธก่อนเราจะกลับบ้านม่าม้าพูดขึ้นมาเรื่องขับรถไปหาเกี๊ยกที่ระยอง พอเราออกมา โทรคุยถามยู้นิดหน่อยเรื่องต้นสายปลายเหตุ ปรากฎว่าม่าม้าพายู้ไปดู พาเล้งไปช่วยดูด้วย เพียงแต่เราไม่รู้เท่านั้นเอง ก็เลยตกลงใจว่าจะร่วมชื่นชมยินดีกับรถใหม่ม่าม้าให้เต็มที่

เลยโทรไปบอกแกว่า ไประยองกันดีกว่าไปเยี่ยมเกี๊ยก แล้วเราก็จัดการนัดนายนัดกวงไว้ เจ้ากวงนี่ถึงกับต้องเลื่อนสอบกลอง ซึ่งเห็นว่านัดครูสอบยากหนักหนา ความจริงแล้วก็คงไม่ยากขนาดนั้นหรอก แต่เด็กนั่นแหละนะ จะไปคาดคั้นเอากับผู้ใหญ่ได้อย่างไรว่าจะว่างเมื่อไหร่ ก็ได้แต่รอคอยความเมตตาว่าเมื่อไหร่ครูจะว่างมาสอบให้

พอถึงวันเข้าจริงๆ คือเมื่อวานวันอาทิตย์ เราไปถึงบ้านม่าม้า อ้าว โซ้ยอี้ไปด้วย นายเห็นได้ทีได้โอกาสเลยขอไม่ไปด้วย เราก็ช่วยกลบเกลื่อนไป เลยตกลงว่าไปกันสี่คนคือม่าม้า เรา กวง กับโซ้ยอี้ ออกจากบ้านซักเกือบเก้าโมงเช้า ถึงบ้านเกี๊ยกสิบเอ็ดโมงนิดหน่อย นั่งเล่น เดินดูบ้านจนเที่ยงกว่า ถึงได้ออกมากินอาหารทะเลกัน

บ้านเกี๊ยกต้องเรียกได้ว่าซื้อมาคุ้มค่ามาก สามล้านกว่าๆ สามสี่มั้ง เนื้อที่ร้อยตรว. แต่เจ้าของปลูกไว้อย่างดีมาก แทบจะไม่ต้องตบแต่งอะไรเพิ่มเติมเลย เรียกได้ว่าโชคดี

อาหารทะเลที่ไปกินอยู่ริมหาด คาดว่าเป็นหาดแม่พิมพ์ อร่อยดีทีเดียวแหละ กวงกินปูไปซักสองตัวได้มั้ง เราก็เล่นกุ้งกับหอยไปเยอะเหมือนกัน ร้านที่ว่านี่ห่างจากบ้านเกี๊ยกมาเกือบยี่สิบกิโลได้ บ่ายสามกว่ากลับบ้านเกี๊ยก ไปนั่งเล่นกันต่อจนห้าโมงเย็นถึงได้ออกจากบ้านเกี๊ยกกลับกรุงเทพฯ ก่อนเข้าบ้านก็พาม่าม้าไปกินข้าวต้มหม้อดินที่ร้านสะเด็ด

หมดไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ถึงจะต้องนั่งรถนานซัก 5-6 ชม. แต่ก็ได้มีโอกาสใช้เวลากับม่าม้ากับเกี๊ยกและหลานๆ ก็นับว่าเป็น time well spent ดีทีเดียว

Emails and emails only

เข้าสู่สัปดาห์ที่สามแล้วที่สถานการณ์อีเมล์ของเราอยู่ในขั้นวิกฤต มันไม่เคยแย่อย่างนี้มาก่อนเลย แต่ละวันเราจะเหลืออีเมล์ที่ยังไม่ได้อ่านอยู่ที่ 200-300 ฉบับ ณ ตอนนี้อยู่ที่ 343 บางทีมันขึ้นไปถึงเกือบ 500

เป็นอะไรที่บั่นทอนกำลังใจมากๆ ทำให้กังวลอยู่ตลอดเวลา

“ไม่ทำงานอะไรอย่างอื่นทั้งสิ้นจนกว่า unread email = 0”

lots of thoughts, none become a post

เมื่อวานนี้มีความคิดหลายอย่างเยอะแยะเต็มไปหมด ระหว่างขับรถไปทำงานก็อยากเขียนเก็บเอาไว้ พอเอาเข้าจริงเริ่มทำงานเข้า ก็มัวแต่วุ่นวายอยู่จนเลิกงาน ไม่ได้เขียนอะไรเลยซักอย่าง มาถึงตอนนี้จำได้แค่สองเรื่องคือ รถใหม่ของม่าม้า กับเรื่องการคุยกับลูก

เคยเห็นหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ตั้งชื่อได้น่าสนใจมาก ชื่อ ร้อยคนคิด สิบคนทำ หนึ่งคนสำเร็จ ซึ่งก็ต้องบอกว่าจริงมากๆ ขนาดแค่เราคนเดียว มีความคิดดีๆ หลายอย่างแวบผ่านเข้ามาในหัว เกิดความคิดอยากจะทำ แต่ได้ลงมือทำจริงๆ แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ประสบความสำเร็จคือได้ผลอย่างที่ตั้งใจไว้จริงๆ ยิ่งน้อยลงไปใหญ่

แถมที่แย่ไอ้ความคิดดีๆ ที่มันเคยแวบเข้ามา มันมักจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว มาถึงตอนนี้ก็จำไม่ได้แล้วว่า เมื่อเช้าวานนี้อยากเขียนเรื่องอะไรอีกบ้าง  เออ ตอนนี้จำได้อีกเรื่องหนึ่งแล้ว คือการตัดสินใจไม่เอาแล็ปท็อปกลับบ้านเมื่อคืนวันพุธ แปะไว้ก่อน ไว้ทยอยเขียน

another long day

ทุ่มสี่สิบห้าแล้ว และเราเพิ่งเสร็จจากประชุมกับ Kasia ได้ insight อะไรดีๆ หลายอย่าง โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องคนในองค์กร

เหนื่อยแต่ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นกับงานอยู่ เห็นโอกาสหลายๆ อย่างที่จะทำให้มันดีขึ้น ความจริงเราน่าจะหาโอกาสคุยกับพวกระดับหัวหน้ามากกว่านี้ ทั้งมิฮาล คาเชีย ดาเมี่ยน บาชี่ พวกนี้น่าจะคุยกันเรื่องการพัฒนาองค์กร หรือปรับวิธีทำงาน นอกเหนือไปจากรบแล้วก็โค้ชพวกเด็กๆ ไปวันต่อวัน

พรุ่งนี้มีประชุมเพียบเลย เดี๋ยวเย็นนี้ก็ต้องไปหาม่าม้าด้วย ดูแกทำท่าลึกลับยังไงไม่รู้

coaching opportunity

เพิ่งวางหูไปหลังจากคุยกับโจ โจเป็นหนุ่มชาวจีน ทำงานให้ HP แล้วเราจ้างเขามาทำหน้าที่เป็น service delivery manager ให้กับ Asia. ความจริงแล้วก็เป็นตำแหน่งชั่วคราวเท่านั้น อีกเพียงแค่ 5-6 เดือนหน้าที่นี้ก็จะถูกย้ายไปให้กับคนพีแอนด์จีที่ฟิลิปปินส์แล้ว แต่ไม่รู้เพราะอะไร เรารู้สึกว่าโจคนนี้สอนได้ เลยเริ่มโค้ชมากขึ้น มีประชุมทุกสัปดาห์ บางทีก็สัปดาห์ละมากกว่าหนึ่งครั้ง มอบหมายงานให้ทำ สร้าง expectation ให้สูงเข้าไว้ บอกเขาไปเลยว่า เราคาดหวังให้เขานำตรงนี้นะ ทำอย่างนี้นะ ป้อนคำถามให้คิด

จะว่าไปแล้ว ตอนนี้ไม่ได้มองโจเป็นแค่คอนแทรคเตอร์แล้ว มองเป็นคนคนหนึ่งที่มีศักยภาพจะเป็น service manager ได้ แล้วก็ดูเหมือนว่าเขาจะตอบรับคำแนะนำอย่างเต็มใจ ไม่ได้มองเห็นงานนี้เป็นงานชั่วคราวเลย

รู้สึกดีนะเนี่ย อยากเห็นคนอื่นได้มีโอกาสอย่างนี้บ้าง ตอนนี้มองไปที่มาวิค มีปัญหาเรื่องงานเยอะเหลือเกิน รู้สึกว่าเธอน่าจะเครียด ทำยังไงจะช่วยเธอได้ escalate ให้เจ้านายก็ไม่รู้จะ hurt หรือจะ help น่าจะลองคุยกับ Kasia ดูบ้าง

คิดไปคิดมาก็กลับมามองน้องๆ ชาวไทย เราใช้เวลาเยอะในการโค้ชเด็กจีน เด็กฟิลิปปินส์ หรือแม้แต่เด็กรัสเซีย (เรียกเขาว่าเด็กก็จริง แต่พวกนี้นี่เก่งๆ ทั้งนั้น ทำงานกันแล้วเพียงแต่อายุงานยังไม่เยอะเท่าไหร่เอง) แต่มีโอกาสโค้ชเด็กไทยน้อยรายมากๆ บางทีถ้าไม่ได้ทำงานด้วยกัน มันก็ยากที่จะหา coaching opportunity นะเนี่ย