On the way to Chiang Mai

ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างทางก่อนเข้าเชียงใหม่ ออกจากกรุงเทพก่อนหกโมงเช้า ถึงเกาะคาบ้านเหน่งประมาณบ่ายโมง แวะรับของบริจาคที่โหย่งจะฝากไปให้พี่จุ๋มช่วยบริจาค รวมกันของที่เราเอามาเองก็เต็มรถพอดี เราขับมาเองยาวจนถึงเกาะคา ใช้เวลาไปเจ็ดชั่วโมง ฟังช่างคุยมาตลอดทาง

เปิดใช้บริการดีแทคอินเตอร์เนตแบบไม่จำกัดเดือนละ 790 แต่คิดเป็นรายวัน ก็สะดวกดี เพียงแต่อยู่ต่างจังหวัด ความเร็วมันก็เลยเห่ยหน่อยเท่านั้นเอง

นายขับรถ กวงนั่งหน้า จะถึงวัดที่พี่จุ๋มอยู่แล้ว

Advertisements

wordpress, you rocks!

โอ้แม่เจ้า เจ๋งจริง เพิ่ง transfer บล็อกเดิมที่ bzinsight.wordpress.com ที่เราเคยจดเอาไว้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ยังไม่ได้เขียนอะไรลงไปเลย แต่มันไปผูกอยู่กับอีกอีเมล์เดิม ลองเข้าไปค้นๆ ดู อ้าวเฮ้ย นี่มันสามารถโอนบล็อกจากบัญชีหนึ่งไปให้อีกคนดูแลแทนได้ด้วยเว้ย เจ๋งอ่ะ

แป๊บเดียวเท่านั้น ตอนนี้เรียบร้อยแล้ว เราเลยมีบล็อกสองอัน pwarawit.wordpress.com อันนี้กับ bzinsight.wordpress.com อยู่ภายใต้บัญชี wordpress อันเดียวเท่านั้น

สิ่งที่อยากทำอย่างหนึ่ง ในปี 2011 คือการ Unify identity ของเราเอง การใช้ชื่อสองชื่อ อีเมล์สองอัน มันวุ่นวายเกินไปเสียแล้ว เสียเวลาในการจัดการอะไรต่ออะไรไปเยอะแยะ

So bad, I didn’t back it up

เมื่อปีที่แล้ว ตอนที่ bzinsight.net หมดอายุไป ด้วยความขี้เกียจ เราไม่ได้ทำการแบ็คอัพข้อมูลขึ้นมาหลังจากที่ได้ตัดสินใจว่าจะไม่ต่ออายุโดเมนเนมและโฮสติ้ง เออ ลืมไป เคยพยายามจะแบ็คอัพแล้ว แต่ทำไม่ได้ ไม่รู้ติดปัญหาอะไร แล้วตอนนี้ก็ขี้เกียจตามจนกว่าจะได้แบ็คอัพ เลยตัดใจทำลืมๆ มันไป

มาถึงวันนี้ พอย้อนกลับไปดู Google Reader ที่ยังมี rss feed ของ bzinsight เก็บไว้อยู่ รวมถึง comment feed ด้วย ย้อนกลับไปอ่านแล้วก็พบว่า เออ เราก็เขียนบทความดีๆ ไว้หลายชิ้นเหมือนกัน มีคนชอบหลายคนเสียด้วย อ่านๆ แล้วก็เสียดายแฟนบทความที่เคยรู้จักกันมา และที่แย่ก็คือ รู้สึกเสียดายบทความเหล่านั้น ถ้าได้นำมารวบรวมไว้ คงมีประโยชน์ทั้งกับตัวเราเองและคนอื่นอีกหลายคน

เหมือนกับตอนสมัยเลิกใช้ ThailITForum เหมือนกัน บทความดีๆ หลายชิ้นก็หายไปเสียเฉยๆ สงสัยต้องค้นกลับมาเอามาโพสใหม่ดีกว่า

I like long distance driving

พรุ่งนี้จะไปลำปางกันแล้ว หลายปีที่ผ่านมานี้ เราได้รู้อยู่อย่างหนึ่งคือ เราชอบขับรถทางไกล ปีละ 2-3 หนที่เราจะขับรถไปกลับลำปาง ถามว่าไปทำอะไร ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก ส่วนใหญ่ก็ไปตอนช่วงปีใหม่ กับสงกรานต์ ไม่ได้ไปเที่ยวไหนหรอก แค่ไปอยู่บ้านเฉยๆ คิดว่าแม่กับพี่ๆ แล้วก็นายคงรู้สึกดีที่จะได้เจอกัน เราก็รู้สึกดีไปด้วย โดยมากแล้วไปแล้วก็ไปวัดกับแม่ กินข้าวกับพี่ๆ น้องๆ เท่านั้นเอง

การขับรถทางไกล มันก็สนุกดีเหมือนกัน ไม่ได้อะไรมาก แค่ได้ขับรถทางไกล แปลกดี

happy holidays

ไม่ได้ทำงานเลยตั้งแต่ต้นสัปดาห์มา ทั้งๆ ที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังสองจิตสองใจอยู่ว่าสัปดาห์นี้ควรจะเข้าออฟฟิศไปทำงานดีหรือไม่ เพราะความจริงก็ไม่ได้มีแผนการที่จะหยุดพักผ่อนหรือไปเที่ยวที่ไหน เนื่องด้วยกวงมีกิจกรรมที่จะต้องทำที่โรงเรียนทั้งงานกีฬาสีและงานเลี้ยง ทำให้กว่าจะสามารถไปลำปางได้ก็เกือบปีใหม่เข้าไปแล้ว

วันนี้กวงก็เสร็จภาระกิจทั้งหมดแล้ว เมื่อวานไปงานกีฬาสี ไปแต่เช้าไก่โห่ ถึงโรงเรียนตีสามครึ่ง แถมตอนเย็น ยังมีการไปกินหมูกระทะกับเพื่อน โทรมาบอกที่บ้านด้วยว่าจะไปกินเลี้ยงกัน และมีแอลกอฮอล์ด้วย น่ารักจริงๆ เลย คงกังวลกลัวที่บ้านจะว่า ความจริงแล้วเราไม่ได้หวงห้ามอะไรเลย เด็กอายุสิบเจ็ดจะสิบแปดอยู่แล้ว จะไปงานเลี้ยงกินเหล้าบ้างนิดหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร แต่ก็ดูเหมือนกวงจะดูแลตัวเองได้ดีทีเดียว มีการโทรมาบอกล่วงหน้า บอกเสร็จเรียบร้อยว่าไปที่ไหนไปกับใครยังไง แล้วยังแถมให้เราไปรับเสียอีก กลับมาก็มาเล่าให้ฟังใหญ่เลยว่ากินเหล้าครั้งแรกในชีวิตรู้สึกยังไง เรียกได้ว่าหมดห่วงไปอีกเปลาะหนึ่ง

วันหยุดที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากมายนัก ส่วนใหญ่ก็อยู่บ้าน ไปซื้อโฮมเธียร์เตอร์มา ของ Onkyo หลังจากที่ดูๆ มานานเกือบสองปี ตั้งแต่มีทีวีจอใหญ่ ก็อยากได้ชุดโฮมมาตลอด ไม่ได้ซื้อเสียที มาเห็นโปรโมชั่นเข้าท่า อ่านดูในเว็บเห็นว่าเสียงดีและราคาคุ้มค่า ก็เลยไปซื้อมาเลย รู้สึกว่าจะซื้อมาวันจันทร์หรือวันอาทิตย์นี่แหละ แล้วก็ใช้เวลามานั่งต่อลำโพง ไปซื้อสายต่างๆ เช่นสาย HDMI สาย Coaxcial สาย Component กับสาย Optical หมดไปเป็นพันเหมือนกัน แล้วก็ซื้อรางครอบสายไฟมาเดินสายภายในบ้าน นั่นก็หมดไปวันหนึ่งแล้ว พอได้รู้ว่าเจ้าออนเกียวตัวนี้มันสามารถต่อลำโพงอีกคู่หนึ่งแยกไปอีกห้องได้ ก็เกิดไอเดียขึ้นมา ลากสายลำโพงอีกคู่ลงไปข้างล่าง เอาไว้เปิดเพลงฟัง ส่งผลให้อีกวันหนึ่ง (วันอังคาร) ต้องมีอันไปบ้านหม้อ เพื่อเดินหาซื้อลำโพง สายลำโพงยาวๆ แล้วก็มาเดินสายลงไปติดลำโพงข้างล่าง เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็สนุกและภูมิใจดี

นอกนั้นแล้วก็ใช้เวลาอยู่บ้าน เล่นเครื่องเสียงบ้าง พยายามหาเนื้อหาที่มันเป็น High Def มาเล่นให้มันคุ้มกับการลงแรงต่อลำโพง 5.1 นอนดูทีวีบ้าง รดน้ำต้นไม้ ไปสมัครสมาชิกฟิตเนส และอื่นๆ อีกเล็กน้อย โดยรวมๆ ก็เรียกได้ว่าเป็นสัปดาห์แห่งการอยู่บ้านจริงๆ ออกจากบ้านก็แค่ไปทำธุระซื้อของรับส่งกวงเท่านั้น

คุยกับนายอยู่ว่า ไม่ได้อยากไปไหนเลย อยากอยู่บ้าน เพราะอยู่สบาย อากาศดี มีอะไรต่ออะไรให้ทำเยอะไปหมด ไม่ได้ต้องไปเที่ยวที่ไหนเลย ก็ดีไปอย่างเหมือนกัน

tswipe

ได้ Samsung Galaxy Tab มาสัปดาห์กว่าๆ แล้ว ชอบการใช้งาน Swype มากขึ้นเรื่อยๆ ทำงานได้เร็วดี ยังต้องปรับตัวอีกนิดหน่อย แต่โดยรวมก็ดีมาก

เริ่มมองหาโปรแกรมลักษณะเดียวกันสำหรับภาษาไทย ก็ไปพบกับ tswipe เข้า ลองโหลดมาใช้ดู เออ ใช้ได้ดีเหมือนกันแฮะ ราคาถูกดีด้วย ร้อยเดียวเอง ก็เลยโอนเงินจ่ายไป ตอนลงทะเบียนเว็บเค้ากับขั้นตอนการจ่ายเงิน ยุ่งยากนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจว่าโปรแกรมเมอร์คนเดียว ไหนจะต้องพัฒนาโปรแกรม คอย support แล้วยังต้องมาทำระบบหน้าบ้านพวกนี้ด้วย รับได้นะ

ตอนเขียนเมล์แจ้งการชำระเงิน ก็ให้กำลังใจเขาไป แป๊บเดียวเท่านั้นแค่ไม่เกินสามนาทีก็ตอบกลับมาแล้ว พร้อมทั้ง activate ให้เรียบร้อย

ดีจังอยากเห็นมีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ชาวไทยเป็นแบบนี้อีกเยอะๆ

a tiring xmas day

ขึ้นหัวเรื่องไว้อย่างนั้นแหละ ความจริงแล้ววันคริสต์มาสไม่ได้มีความหมายอะไรกับเราหรอก เพียงแต่บรรยากาศการเฉลิมฉลองมันชวนให้จิตใจพลอยคึกคักแจ่มใสไปด้วยเท่านั้นเอง

เมื่อวานวันเสาร์ที่ 25 ธันวา เป็นวันคริสต์มาส เราก็ตื่นตีห้าออกไปวิ่งที่สวนจตุจักร หลังจากไม่ได้ไปสวนจตุจักรตอนเช้ามาเป็นเดือนแล้ว วิ่งไปแปดกิโล เวลาดีทีเดียว 8km/hr ดูเหมือนว่าโดยรวมแล้วเราจะวิ่งได้เร็วกว่าก่อนแข่งมาราธอนครั้งหลัง รู้สึกดีใจที่เห็นหน้าเห็นตาคนคุ้นเคย ถึงแม้จะไม่ได้รู้จักหรือทักทายกัน แค่เพียงแต่ยิ้ม พยักหน้าให้กันเวลาวิ่งสวนกัน ก็รู้สึกว่าคุ้นเคยกันแล้ว หลายๆ คนเราเห็นเขามาวิ่งกันเป็นปีๆ แล้ว เดี่ยวบ้าง กลุ่มบ้าง ดูทุกคนมีความสุขกันดี เจ้ร้านน้ำเต้าหู้ก็ยังคงขายดีเหมือนเดิม

กลับถึงบ้านเก้าโมงเช้านิดหน่อย แทนที่จะนอนก็ออกมากวาดใบไม้ในสวนกับรดน้ำต้นไม้ นึกๆ ดูก็ขำตัวเองเหมือนกัน เพราะแต่ไหนแต่ไรมา เราไม่เคยสนใจเรื่องมีสวนของตัวเองเลย นายเสียอีกอยากได้สวนมานาน มันคงเป็นเพราะว่า เราเติบโตมาในบ้านที่ไม่เคยได้สัมผัสความรื่นรมย์ของธรรมชาติ บ้านที่อยู่และเติบโตมาตั้งแต่เด็ก ก็เป็นร้านค้าบ้างอาคารพาณิชย์บ้าง อย่าว่าแต่สวนเลย แค่ต้นไม้ใหญ่ยังไม่รู้จักเลย เลยไม่รู้ว่า ไอ้การได้ยืนรดน้ำต้นไม้ตอนเช้าๆ อากาศดีๆ มันก็เป็นความสุข ความสงบได้อย่างหนึ่งเหมือนกันนะเนี่ย

ไปบ้านเจ้หงษ์ตอนสิบเอ็ดโมงครึ่ง คุยกันเรื่องต่อเติมบ้าน โดยมีเอ็มเพื่อนสนิทยู้ที่เป็นสถาปนิกมาฟัง brief งาน เสร็จแล้วออกไปกินข้าวเที่ยงกันที่ครัวในซอย ไม่ได้กินข้าวร้านนี้มานานหลายปีมาก น่าแปลกใจที่อาหารอร่อยกว่าที่คาดไว้มาก

แล้วก็ไปศิริราช ซื้อยาให้ม่าม้า ถึงตอนนี้เราเริ่มไม่ไหวแล้ว ตามันจะปิดให้ได้ เพราะเมื่อคืนนี้กว่าจะนอนก็เกือบตีสอง ต้องจอดรถให้นายขับแทน (ตอนเช้าระหว่างทางไปบ้านหงษ์ก็ต้องทำอย่างนี้ทีนึงแล้ว) แถมรถยังติดมากๆ อีกด้วย กว่าจะถึงศิริราชก็เล่นเอาเหนื่อย ซื้อยาเสร็จก็บ่ายสามกว่าแล้ว รีบตาลีตาเหลือกฝ่ารถติดไปศูนย์บริการซัมซุง เอาปริ้นเตอร์ไปส่งซ่อม อายุมันก็สองปีพอดี แต่โทรไปถามแล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่า ประกันตัวเครื่องสามปี ยกไปถึงพอบอก error message เจ้าหน้าที่ก็รู้เลยว่ามอเตอร์ฟีดกระดาษมันเสีย อ้าว นี่มันเป็นอาการที่เป็นกันบ่อยหรือไงหว่า รออะไหล่สามถึงเจ็ดวัน ก็ยังพอยอมรับได้ แถมเอาเครื่อง Galaxy Tab ให้เขาโหลดโปรแกรม Route 66 ให้ด้วย ใช้เวลาแป๊บเดียวเท่านั้นเอง ดีจัง แต่ก็ยังไม่ได้ลองใช้เลย

ที่แย่ก็คือกว่าจะขับรถจากศิริราช ไปถึงศูนย์ซัมซุงหน้าเซ็นทรัลรัตนาธิเบศ รถติดเหลือกำลัง นายขับเราหลับไปเกือบตลอดทาง แต่ก็รู้สึกว่ามันนานมากกก  นี่เป็นข้อดีมากๆ อย่างนึงของนายเลยนะเนี่ย เพราะนายแทบจะไม่เคยอารมณ์เสียเพราะรถติดหรือการขับรถเลย ถ้าเป็นเราละก็หงุดหงิดปรอทแตกไปแล้ว

ออกจากศูนย์ Samsung ก็ไปรับกวงที่โรงเรียนดนตรี ปีนี้กวงก็มีโชคในการจับของรางวัลจากรร.ดนตรีเหมือนปีที่แล้ว ปีที่แล้วได้รางวัลใหญ่สุดมาเป็นหม้อสุกี้ที่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้เอาออกมาใช้ ปีนี้ได้เป็น MP3 Player ขนาด 2GB ท่าทางจะดีใจใหญ่ บอกว่าเบื่อ ipod กับ itunes เต็มที

เราวนกันกลับมาที่เซ็นทรัลรัตนาธิเบศอีกทีเพื่อกินข้าวเย็น แล้วก็แวะซื้อหนังสืออีกนิดหน่อยด้วย ดีใจที่เห็นกวงเลือกซื้อหนังสือที่เกี่ยวกับการเขียน ดูเหมือนว่าจะเริ่มสนใจการเขียนขึ้นมาบ้างแล้ว

กลับถึงบ้านก็มาช่วยนายติดไฟประดับที่นายซื้อมาตั้งแต่ตอนเช้า ก็สนุกดีนะ แต่เราช่วยติดอยู่ได้นิดหน่อยก็ต้องขึ้นไปแล้ว เพราะเหนื่อยเหลือกำลัง อาบน้ำเสร็จก็เข้านอนเลย

จบวันเสาร์ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่นอกบ้านไป แต่ก็ดีใจที่เวลาทั้งหมด เป็นเวลาที่ใช้ไปกับคนในครอบครัว