Old note from facebook about marathon pre-race run

เช้าวันนี้ (28 ส.ค. 53) ออกไปร่วมวิ่ง pre-race run ของกรุงเทพฯ มาราธอนตั้งแต่ตี 4 ความจริงก็ตั้งใจจะไปมาตั้งแต่รู้ข่าวแล้ว เตรียมตัวอย่างดี เมื่อคืนก็เข้านอนแต่หัวค่ำ พอซักสี่ทุ่มกว่าฝนเริ่มตก ก็เปรยกับแฟนว่า นี่ถ้าตอนเช้าฝนยังไม่หยุดจะทำยังไงดีละเนี่ย แฟนตอบว่า ถ้ายังตกอยู่ก็ไม่ต้องไปวิ่งเท่านั้นเอง ปรากฎว่า ตื่นมาตอนตี 3 ฝนก็ยังไม่หยุดตกจริงๆ เสียด้วย ลุกขึ้นมานั่งนิ่งๆ อยู่เกือบครึ่งชม. ด้วยอาการลังเลสองจิตสองใจ ว่าจะออกไปวิ่งดีหรือเปล่า หรือจะนอนต่อดี มานั่งนึกดูแล้ว ไอเดียเรื่องการ ไม่ไปวิ่งเพราะฝนตกนี่มันเลยถูกฝังไปตั้งแต่ตอนก่อนนอนแล้ว (inception มากๆ)

 

ข้ออ้างของใจที่บอกว่า “นอนต่อเหอะ” คือ

  • ฝนตกนะ เขาจะยกเลิกงานหรือเปล่าก็ไม่รู้
  • ฝนตกนะ เดี๋ยวเป็นหวัด จะคุ้มกันเหรอ
  • ฝนตก คงจะมีคนวิ่งกันไม่กี่คน

ส่วนอีกใจที่บอกว่า ไปเหอะ ก็มีหลายข้ออ้างเหมือนกัน

  • ออกไปดูก่อนก็ได้นี่ ถ้างานยกเลิก เราไปวิ่งที่สวนจตุจักรอย่างเคยก็ได้
  • ความจริงแล้ว ฝนตกไม่เป็นปัญหากับการวิ่งเลย ดีเสียอีก
  • มันต้องมีใครบางคนออกไปวิ่งบ้างแหละ ทำไมเราไม่ไปวะ
  • ถ้านอนต่อแล้วตอนตี 4 ฝนมันหยุด แต่ออกไปไม่ทันแล้ว คงจะต้องมานั่งเสียใจแน่เลย

ก็ไม่ได้ถึงกับต้องมานั่งเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียอะไรกันหรอก แต่ข้อสุดท้ายนี่สิ เป็นตัวผลักดันให้ขับรถออกไปร่วมวิ่งทั้งๆ ที่ฝนตกพรำๆ ทั้งคืน แถมยังตกยาวต่อไปจนเกือบตลอดเวลาที่วิ่ง

 

มาถึงตอนนี้ รู้สึกดีใจมากๆ ที่ตัวเองตัดสินใจออกไป ตัดสินใจจะลงมือทำอะไรบางอย่าง ดีกว่าจะมานั่งเสียใจเวลาที่เวลาและโอกาสมันผ่านไปแล้ว แต่เราไม่ได้ทำอะไรกับมัน  การวิ่งครั้งนี้กลับกลายเป็นประสบการณ์การวิ่งที่ดีที่สุดที่ผ่านมา เวลาดี สภาพร่างกายดี สภาพจิตใจดี แถมได้บทเรียนเอาไว้เตือนใจตัวเองอีกด้วย

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s