คุณภาพชีวิต ขึ้นอยู่กับคุณภาพของความสัมพันธ์

เริ่มต้นปี 2016 ด้วย TED Talk ที่เอาไว้เตือนตัวเองว่า เรากำลังเดินทางไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ข้อคิดสำคัญก็คือในระยะยาวแล้ว ปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตที่มีความสุข ไม่ใช่เงินทอง ไม่ใช่ชื่อเสียง แต่คือ คุณภาพของความสัมพันธ์ เน้นคำว่า “คุณภาพ” ไม่ใช่แค่ปริมาณ

 

Advertisements

Every interaction counts

Interactionนึกถึงเจ้านายชาวอินเดียคนแรกขึ้นมาเสียเฉยๆ ทำงานด้วยกันไม่นาน แต่ยังจำเหตุการณ์ระหว่างการนั่งรถแท็กซี่จากสนามบินไปโรงแรมในเมืองจีนได้ ตอนนั้นทำงานใหม่ๆ ปี 1997 มั้ง สิ่งที่เขาบอกเรายังจำได้อยู่เลย Leave A Legacy ทำอะไรก็ตามทิ้งเครื่องหมายไว้ว่าเราเป็นคนทำ เมื่อมองย้อนกลับไปเราจะภูมิใจ

ไม่น่าเชื่อว่าเรายังจำการสนทนาครั้งนั้นได้

และเราก็พบอีกว่า คุยกับเพื่อนคนอื่นๆ หลายคนจำเหตุการณ์บางช่วงบางตอนได้ ทั้งๆ ที่ตัวเราเองลืมไปแล้ว กับลูก กับญาติพี่น้อง กับเพื่อนร่วมงานเก่าๆ ก็เช่นเดียวกัน ความทรงจำเป็นเรื่องแปลก แต่สิ่งที่พวกเขาจำได้เกี่ยวกับเรา หรือถ้ามีเราเข้าไปอยู่ในความทรงจำนั้นด้วย แสดงว่ามันสำคัญกับเขา ไม่ว่าจะในทางดีหรือไม่ดี และมันมักจะ extreme (ไม่งั้นคงจำไม่ได้)

ต้องเตือนตัวเองไว้เสมอว่า every interaction counts ทำดีกับคนรอบข้าง กับคนที่เราได้พบปะพูดคุยด้วยเถอะครับ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า สิ่งที่เราทำวันนี้ มันจะยังคงอยู่ในความทรงจำเขาไปได้อีกนานแค่ไหน

มันอาจจะนานจนเรานึกไม่ถึงเลยก็เป็นไปได้

About Time

about_time_film เพิ่งได้ดูหนังเรื่อง About Time เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง ประทับใจในหลายเรื่อง แต่ที่ชอบที่สุด เห็นจะเป็นฉากที่พระเอก ย้อนกลับไปใช้ชีวิตธรรมดาในวันนั้นซ้ำอีกรอบ เพียงแต่ครั้งนี้ด้วยความชื่นชมในสิ่งรอบๆ ตัวเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้น แต่ด้วยการปล่อยวางความเร่งรีบ ความกดดันต่างๆ ทำให้เราสามารถที่จะชื่นชมกับความสวยงามเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวเราได้ อากาศดีๆ เพลงเพราะๆ ผู้คนรอบข้างที่ยิ้มแย้ม

มันขึ้นอยู่กับว่า เราจะมองเห็นเรื่องราวที่สวยงามเหล่านี้หรือไม่ เคล็ดลับความสุขจากการย้อนเวลาที่พ่อของพระเอกแนะนำไว้ ก็เพื่อที่จะได้เก็บเกี่ยวความสุขเหล่านั้นไว้ในระหว่างวันนั่นเอง

แน่นอนว่า เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปใช้ชีวิตของวันนี้ได้ใหม่ แต่ผมพบว่า มีอยู่สองอย่างที่เราสามารถทำได้ในแต่ละวัน

  1. ชื่นชมกับเรื่องดีๆ รอบตัว และวางเฉยกับเรื่องแย่ๆ เสียบ้าง เปรียบเหมือนกับเวลาเราเดินเข้าไปในทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง คุณสามารถเลือกที่จะดูและชื่นชมกับความสวยงามของดอกไม้ในทุ่งก็ได้ หรือ จะเลือกคอยมองหาขึ้หมาจากในทุ่งเดียวกันก็ได้ แน่นอนว่า หากคุณมัวแต่มองหาขี้หมา คุณจะไม่มีโอกาสได้เห็นความสวยงามของดอกไม้ในทุ่งหรอก
  2. จดบันทึก การเขียนบันทีก ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไดอารี่ blog หรืออะไรก็ตาม จะช่วยให้เราได้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น และทำให้ความทรงจำ (เรื่องดีๆ) สามารถคงอยู่กับเราได้นานขึ้น

ขอให้มีความสุขกับการใช้ชีวิตในวันนี้ทุกคนนะครับ

มรณานุสติ

ได้ยินข่าวร้ายที่น่าตกใจ ว่ามีเพื่อนรุ่นพี่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์

เพื่อนรุ่นพี่คนนี้รู้จักและสนิทสนมกันมาตั้งแต่ตอนเรียนมัธยม เพราะอยู่วงโยธวาทิตด้วยกัน แต่พอจบม.ปลายแล้วก็ไม่เคยได้พบกันอีกเลย
น่าเสียดาย ที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานมากแล้ว

ถึงแม้ว่าความตายจะอยู่รอบๆ ตัวเรา แต่เราเองก็ไม่ได้ตระหนักถึงมันมากนัก
เหตุการณ์นี้จะต้องเกิดขึ้นกับเรา และคนรอบตัวเรา ไม่วันใดก็วันหนึ่ง อาจจะเป็นพรุ่งนี้ หรืออาจจะเป็นวันนี้ก็ได้ ไม่มีใครรู้

ถ้าเราเป็นคนที่ต้องจากไปเอง เราได้เตรียมการที่ดีพอไว้ให้กับคนที่อยู่ข้างหลังแล้วหรือยัง
เรามีคนที่เราอยากโทรไปคุย อยากบอกเขาว่าเรารัก เราคิดถึง เราเป็นห่วง ได้ใช้โอกาสทำสิ่งเหล่านั้นมากเพียงพอแล้วหรือยัง
ถ้าเป็นคนที่เรารัก ที่จะต้องจากไป เราได้ใช้เวลากับเขาเหล่านั้นมากเท่าที่เราอยากทำแล้วหรือยัง

ผมไม่รู้ความหมายจริงๆ หรอกว่า มรณานุสติหมายความว่าอย่างไร แต่สำหรับผมแล้ว นี่คือสิ่งที่เตือนใจ ให้เราใช้ชีวิตในแต่ละวัน ด้วยความไม่ประมาท

จัดการกับความกลัว

afraidcartoonผมเพิ่งผ่านการวิ่งยาว 29 กิโลเมตรมาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี่เอง ตามแผนการซ้อมเพื่อลงวิ่งในพัทยามาราธอน 2013 และคิดว่าตัวเองได้เรียนรู้อะไรบางอย่างที่อาจมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง

สิ่งที่อยากเล่าให้ฟังวันนี้คือ “ความกลัว” ครับ ถึงแม้ว่าผมเองจะเคยวิ่งระยะทาง 29 กิโลเมตรมาเกือบๆ สิบครั้งแล้วก็ตาม แต่ก็กลัวอยู่ดี

กลัวอะไร?

กลัวว่าจะวิ่งไม่ไหว กลัวจะต้องหยุดก่อนครบระยะที่ต้องการ กลัวใจตัวเอง
กลัว “แพ้” ใจตัวเอง กลัวที่จะต้องยอมแพ้ กลัวที่จะล้มเหลว

แล้วเอาชนะความกลัวมาได้อย่างไร?

เปล่าครับ ผมไม่ได้เอาชนะความกลัวพวกนั้นเลย ก็ยังกลัวอยู่ จนถึงระยะสุดท้ายของการวิ่ง ถึงแม้ตอนนี้จะวิ่งผ่านมาแล้ว ถ้าให้วิ่งอีก ผมก็คิดว่า จะยังคงกลัวอีกอยู่ดีนั่นแหละ
แต่ผมหาวิธี “จัดการ” โดยการ “บรรเทา” ความกล้วเหล่านั้นครับ

  • บอกกับตัวเองว่า สภาพร่างกายของเราทำได้ เพราะได้ซ้อมมาพอสมควรก่อนหน้านั้นแล้ว
  • บอกกับตัวเองว่า คนอื่นๆ เขาก็ทำได้ คนที่อายุมากกว่าเรา น้อยกว่าเรา อ้วนกว่าเรา ผอมกว่าเรา วิ่งเร็วกว่าช้ากว่า ฯลฯ
  • บอกกับตัวเองว่า เราเคยวิ่งมาแล้ว ไกลกว่านี้ก็เคยวิ่งมาแล้ว
  • บอกกับตัวเองว่า ถึงอย่างไร สิ่งนี้ก็ต้องทำ มันไม่มีทางหลีกเลี่ยง ไม่มีทางลัด ถ้าจะวิ่งมาราธอน มันก็จำเป็นต้องวิ่ง 29 กิโลเมตรให้ได้

สุดท้ายเลย เตรียมตัวทุกอย่างให้พร้อม มากที่สุดที่เราจะทำได้ ทานอาหารให้ถูกต้อง พักผ่อนให้เพียงพอ ทำอะไรก็ได้ที่จะเพิ่มความมั่นใจให้ว่าเราสามารถทำได้

ผมได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า การจัดการกับความกลัวนั้น นอกเหนือไปจากการเตรียมตัวให้พร้อมแล้ว ไม่มีอะไรมากไปกว่าการ “บอกกับตัวเอง” เท่านั้นเองครับ

ถ้าคุณเลือกเหตุผลที่จะมาสนับสนุน ว่าทำไมคุณถึงจะทำอะไรบางอย่างได้ คุณก็จะมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าในการกระทำอย่างเดียวกันนั้น คุณหาเหตุผลมาสนับสนุนว่า ทำไมถึงจะทำไม่ได้ คุณก็บั่นทอนกำลังใจของตัวเองเปล่าๆ เท่านั้นเอง

เลือกข้อความที่จะคุยกับตัวเองให้ถูกต้อง แล้วคุณจะสามารถจัดการกับความกลัวที่ผ่านเข้ามาได้แน่นอน

henry_ford_quote“WHETHER YOU THINK YOU CAN, OR THINK YOU CAN’T. YOU’RE RIGHT”

กำลังใจใน Bangkok Marathon 2012

ผ่าน Bangkok Marathon 2012 ไปแล้ว แต่ก่อนจะลงมือเขียน race recap เป็นเรื่องเป็นราว คงต้องเขียนเรื่องเล็กๆ แต่สำคัญนี่เสียก่อน

การวิ่ง full marathon 42.195 กิโลเมตรเนี่ย สิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อน หรืออาจจะมากไปกว่า สภาพความพร้อมของร่างกาย ก็คือ “กำลังใจ” ครับ

“กองเชียร์” ทั้งในและนอกรูปแบบ เป็นเสน่ห์ของการวิ่งมาราธอนอย่างหนึ่ง ทำให้มันสนุกกว่าการวิ่งอยู่คนเดียวตามสวนสาธารณะเป็นไหนๆ

ปีนี้มีกองเชียร์มาค่อนข้างคึกคัก แต่งชุดไทย มีกลองยาว มีป้ายมีธงโบก ผมสังเกตเห็นอยู่ประมาณ 2-3 จุดใหญ่ๆ เช่นที่จุดสตาร์ท จุดกลับตัว 15 กิโล จุดประมาณ 30 กว่า (แถวพระรูปฯ ทรงม้า) แล้วก็ที่เส้นชัย

นอกจากกองเชียร์ที่ตั้งใจมาเชียร์กันจริงๆ จังๆ แล้ว อีกหนึ่งกำลังใจที่ได้ และต้องบอกว่า ในฐานะนักวิ่งต้องขอขอบคุณมากๆ คือเจ้าหน้าที่ staff ที่คอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางครับ ไม่ว่าจะตามจุดให้น้ำ เจ้าหน้าที่ควบคุมเส้นทาง เจ้าหน้าที่พยาบาล หรือแม้แต่ตำรวจจราจร นอกจากให้การสนับสนุนในหน้าที่ของท่านแล้ว แค่รอยยิ้ม ปรบมือ หรือแค่คำว่า “สู้ๆ” “เยี่ยมมาก” แค่นี้ก็เป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเหนื่อยอ่อน ให้ก้าวขาต่อไปได้อีกครับ สิ่งที่ผมพอจะทำได้ก็คือบอกว่า “ขอบคุณคร้าบ…” เท่าที่ยังพอจะมีเสียงบอกไปได้

ผมก็ส่งต่อกำลังใจ  ในลักษณะนั้นไปให้นักวิ่งที่เข้าเส้นชัยทีหลัง ระหว่างที่ขับรถกลับ ก็ยังมีเพื่อนนักวิ่งที่ยังมุมานะ เพื่อให้ถึงเส้นชัยของพวกเขา ผมปรบมือให้ตะโกนบอกพวกเขาว่า สู้ๆ ครับ อีกนิดเดียวเท่านั้น

หนึ่งในหลายสิ่งที่ได้รับจาก Bangkok Marathon 2012